พันธุ์ไม้ในโรงเรียน






  • กรรณิการ์
  • กระทิง
  • ข่อย
  • จันทน์ผา
  • จามจุรี
  • จำปี
  • ชบา
  • ชมพพันธ์ทิพย์
  • ตะลิงปลิง
  • บัวสาย
  • บุนนาค
  • ปีบ
  • พญาสัตบรรณ
  • พิกุล
  • โพขี้นก
  • โพศรีมหาโพธิ์
  • เฟิร์นข้าหลวงหลังลาย
  • เฟื่องฟ้า
  • เข็มพวงขาว
  • แคฝรั่ง
  • จั๋งไทย
  • ผู้จัดทำ


    เสนอ
    อาจารย์ ภาวินี ตรีเดชี

    จัดทำโดย
    น.ส. จิดาภา กนกศิริมา เลขที่ 3
    น.ส. ฐิติวรดา ทวีวงษ์ เลขที่ 7
    น.ส. ณัฐณิชา ประณีตพงศ์ เลขที่ 9
    น.ส. พิจิตรา วโรดมวิทยา เลขที่ 15
    นาย นิธิศ หงษ์ทอง เลขที่ 31

    ชั้น ม. 5 ห้อง 931
    สายการเรียน วิทย์- ประยุกต์

    โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

    เฟื่องฟ้า

    ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Bougainvillea spectabilis Willd.
    ชื่อสามัญ :   Peper Flower, Kertas
    วงศ์ :   NYCTAGINACEAE
    ชื่ออื่น :  ดอกเฟื่องฟ้า
    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
    ไม้ยืนต้นประเภทพุ่มกึ่งเลื้อย ขนาดตั้งแต่พุ่มเล็กถึงพุ่มใหญ่ มีหนามขึ้นตามลำต้นใบเดี่ยว แตกออก สลับกับกิ่ง หรือเยื้องกัน มีขนขึ้นปกคลุมเล็กน้อย มีสีเขียวหรือใบด่าง รูปร่างรีแหลมยาว 3-6 ซม. กว้าง 2-3 ซม. ใบประดับลักษณ ะคล้ายรูปหัวใจหรือรูปไข่มี 3-5 ใบ มีหลายสี เช่น ม่วง แดง ชมพู ส้ม ฟ้า เหลืองและอื่นๆ มีทั้งดอกสมบูรณ์เพศและไม่สมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อ ตามซอก ใบหรือปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3 ดอก เป็นหลอดยาว 1-2 ซม.
    ถิ่นกำเนิด : บราซิล
    การกระจายพันธุ์ : -
    การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย : -
    สภาพนิเวศน์ : ที่ร่มรำไรและมีความชุ่มชื้นพอควร ดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรมีน้ำขังอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้รากเน่าได้ ต้องการน้ำเพียงปานกลางเท่านั้น
    เวลาออกดอก : ตลอดปี
    เวลาออกผล : -
    การขยายพันธุ์ :  ปักชำกิ่ง, ตอนกิ่ง, เสียบยอด
    ความเกี่ยวข้องกับประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ ฯลฯ :
    สถานที่พบในโรงเรียน : อาคารเกษตรกรรม ตึก 9
    อ้างอิง :
    http://th.wikipedia.org/wiki/เฟื่องฟ้า

    http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_30.htm

    เฟิร์นข้าหลวงหลังลาย

    ชื่อพื้นเมือง : ข้าหลวงหลังลาย
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Asplenium nidus
    ชื่อวงศ์ : POLYPODIACEAE
    ชื่อสามัญ : Bird’s nest fern
    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
    เฟิร์นชนิดนี้ ฝรั่งเรียกว่า “Bird’s nest fern” ชอบ อาศัยอยู่ตามคาคบไม้ใหญ่ในเขตอบอุ่นที่มีความชื้นสูง ถือว่าเป็นลักษณะของกาฝาก ใบของเฟิร์นข้าหลวง จะมีสีเขียวอ่อน ขอบใบหยักเป็นคลื่น ก้านใบจะมีสีน้ำตาลเข้ม การเรียงตัวของใบจะเรียงตัวแบบเกลียวคล้ายดอกกุหลาบ ใบที่เกิดใหม่จะอ่อนและเปราะหักได้ง่ายแต่พอเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีความ เหนียวและหนามาก เมื่อนำมาปลูกภายในอาคารบ้านเรือนจะต้องคอยทำความสะอาดเช็ดถูสิ่งสกปรกและ ฝุ่นละอองออกจากใบบ้าง เดือนละครั้งก็ยังดี เฟิร์นข้าหลวงเป็นพืชที่ชอบความชื้นสูงถ้าอากาศแห้งแล้งควรฉีดสเปรย์ให้ใบ ของมันอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพราะการฉีดละอองน้ำจะทำให้ใบของมันสดชื่น อยู่ตลอด
    ประโยชน์ /สรรพคุณ :
    ถิ่นกำเนิด : เอเซีย  ออสเตรเลีย
    การกระจายพันธุ์ : อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย(ควีนสแลนด์) ญี่ปุ่น และไทย
    การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย :
    สภาพนิเวศน์ :
    เวลาออกดอก :
    เวลาออกผล :
    การขยายพันธุ์ : แยกกอ เพาะโดยใช้สปอร์ (spore)
    ความเกี่ยวข้องกับประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ ฯลฯ :
    สถานที่พบในโรงเรียน : เรือนเกษตร
    อ้างอิง :
    http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m6/BotanicalGarden/fernkhaluag.html

    http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=icido&month=15-09-2010&group=10&gblog=2

    โพศรีมหาโพธิ์

    ชื่อพื้นเมือง : ปู(เขมร), โพ, โพศรีมหาโพธิ์, ย่อม(แม่ฮ่องสอน),สลี(ภาคเหนือ)
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus religiosa L.
    ชื่อวงศ์ : MORACEAE
    ชื่อสามัญ : Sacred Fig tree
    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
    สูง 20 - 30 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มียางสีขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 8 - 15 เซนติเมตร ยาว 12 - 24 เซนติเมตร ปลายแหลมเป็นหางยาว โคนเว้ารูปหัวใจ ก้านใบยาว 8 - 12 เซนติเมตร ดอกเล็ก จำนวนมากอยู่ภายในฐานรองดอก ผลเป็นผลรวมรูปกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.8 เซนติเมตร เมื่อสุกสีม่วงดำ
    ประโยชน์ /สรรพคุณ :
    ถิ่นกำเนิด : ประเทศอินเดียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    การกระจายพันธุ์ :
    การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย :
    สภาพนิเวศน์ : ปลูกได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วน น้ำต้องการปานกลาง(ตามขนาดต้น)
    เวลาออกดอก : ตลอดทั้งปี
    เวลาออกผล : ตลอดทั้งปี
    การขยายพันธุ์ : ปักชำ, เพาะเมล็ดและตอนกิ่ง
    ความเกี่ยวข้องกับประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ ฯลฯ : ใช้ประกอบในพิธีแห่ค้ำศรี เป็นประเพณีที่นำต้นโพศรีมหาโพธิ์ไปค้ำไม้มงคลที่จะล้มในวัด เชื่อกันว่าถ้าทำอายุจะยืนนาน และอีกประเพณีหนึ่งคือประเพณีค้ำโพธิ์ค้ำไทร เป็นการบอกรุกขเทวดาที่ดูแลอยู่ให้ช่วยมารักษาผู้ที่เจ็บป่วย ส่วนในทางสาสนาพุทธนั้นเชื่อว่าต้นโพศรีมหาโพธิ์เป็นไม้มงคล เป็นต้นที่พระพุทธเจ้านั่งตรัสรู้จึงมีความศักสิทธิ์มาก
    สถานที่พบในโรงเรียน : ตึกศิลปะ ตึก 9 หอประชุม
    อ้างอิง :
    http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=vinitsiri&month=06-2011&date=02&group=8&gblog=178

    https://sites.google.com/site/yoswadee7325/phvks-sat-r-t-x-pho-srimhaphothi-tnmi-haeng-khwam-rmyen

    โพขี้นก

    ชื่อพื้นเมือง : โพตัวผู้  โพประสาท (ภาคกลาง)
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus rumphii Blume
    ชื่อพื้นเมือง :
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Moraceae
    ชื่อวงศ์ :
    ชื่อสามัญ :
    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
    เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดใหญ่ หรือไม้รัดพันไม้อื่น สูงถึง 20 ม. เรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นขนาดใหญ่แต่สั้น โคนต้นมักเป็นพูพอน มีรากอากาศไม่มาก เปลือกเรียบสีเทาเป็นมัน มียางข้นสีขาวคล้ายน้ำนม
    ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ แผ่นใบรูปไข่ถึงรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม โคนใบตัดถึงเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง เนื้อใบบางคล้ายแผ่นหนัง หูใบรูปใบหอก สีชมพูอมแดง มี 2 อัน ประกอบกันหุ้มยอดอ่อนไว้
    ช่อดอกมีลักษณะคล้ายผล(หน่วยผล) ไม่มีก้าน มักออกเป็นคู่ตามง่ามใบหรือที่ตำแหน่งง่ามใบ ซึ่งใบหลุดร่วงไปแล้ว ฐานหน่วยผลมีใบประดับ 3 ใบ ติดคงทน ดอกแยกเพศ ขนาดเล็ก มีกลีบรวม 3 กลีบ เจริญอยู่ภายในฐานรองดอกที่ขยายใหญ่เป็นกระเปาะ มีรูเปิดที่ปลายโอบดอกไว้ ดอกเพศผู้จำนวนน้อย อยู่รอบรูเปิด ดอกเพศเมียจำนวนมาก ไม่มีก้านดอก
    แบบผลมะเดื่อ รูปทรงกลมแกมรูปทรงไข่กลับ มักเบี้ยว สีเขียวอมเหลืองมีแต้มสีขาว ผลสุกสีม่วงอมแดง ใบประกอบฐานหน่วยผลมองเห็นไม่ชัดเจน ภายในประกอบด้วยผลย่อยแบบผลเมล็ดเดียวแข็ง ขนาดเล็ก จำนวนมาก
    ประโยชน์ /สรรพคุณ :
    ถิ่นกำเนิด :
    การกระจายพันธุ์ : อินเดีย ศรีลังกา เหมู่เกาะอันดามัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหมู่เกาะใกล้เคียง
    การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย :
    สภาพนิเวศน์ : พบขึ้นทั่วไปตามชายฝั่งที่เป็นแนวโขดหิน ป่าเขาหินปูนและป่าดิบแล้ง
    เวลาออกดอก : พฤศจิกายน กุมภาพันธ์
    เวลาออกผล :
    การขยายพันธุ์ :
    ความเกี่ยวข้องกับประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ ฯลฯ :
    สถานที่พบในโรงเรียน : ตึก 9 ตึกพลานามัย
    อ้างอิง :

    http://thaimangrove.com/index.php?module=Tree&file=view&id=46

    พิกุล

    ชื่อพื้นเมือง : แก้ว(ภาคเหนือ)  กุล(ภาคใต้)
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mimusops elengi Linn.
    ชื่อวงศ์ : SAPOTACEAE
    ชื่อสามัญ :
    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
    ไม้ยืนต้นขนาดกลาง มียางสีขาว ดอกออกเป็นช่อ ผลกลมโตสีแดงแสดรับประทานได้ มีรสฝาด หวานมัน เป็นไม้ปลูกกันทั่วไป ดอกสีนวลใบสีเขียว หนามัน
    ประโยชน์ /สรรพคุณ :
    ถิ่นกำเนิด : อินเดีย พม่า ศรีลังกา
    การกระจายพันธุ์ :
    การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย :
    สภาพนิเวศน์ :
    เวลาออกดอก :
    เวลาออกผล :
    การขยายพันธุ์ : ตอนกิ่ง เพาะเมล็ด หรือปักชำกิ่ง
    ความเกี่ยวข้องกับประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ ฯลฯ : คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นพิกุลทองไว้ประจำบ้านจะทำให้มีอายุยืน เพราะโบราณเชื่อว่าต้นพิกุลทองเป็นไม้ที่มีความแข็งแรงทนทานและมีอายุยาวนาน ดังนั้นจึงนิยมใช้เนื้อไม้นำมาใช้ประโยชน์ในงานพิธีมงคลได้เป็นอย่างดี เช่นด้ามหอกที่ใช้เป็นอาวุธ เสาบ้าน พวงมาลัยเรือ และยังมีความเชื่ออีกว่าต้นพิกุลทองเป็นต้นไม้ที่มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์ เพราะโบราณเชื่อว่าเป็นไม้ที่มีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่
    สถานที่พบในโรงเรียน : ตึกวิทยาศาสตร์ ตึก 60 ปี
    อ้างอิง :
    http://www.tistr.or.th/pharma/mimusops elengi.htm

    http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m6/BotanicalGarden/pikul.html